เศรษฐกิจในสมัยคองบอง
เศรษฐกิจในสมัยคองบอง
เอกสารกลุ่มนี้ประกอบด้วยหนังสือ
2 เล่ม และบทความ 1 บทความ ดังนี้
Thant
Myint U (2018) ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจในสมัยคองบอง
ไว้ในหนังสือ The Making of Modern Burma
โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า
อาหารการกินของพม่าคือข้าวกับปลาร้าหรือกะปิและผักต่าง ๆ
และในความเป็นจริงอาหารทุกอย่างที่บริโภคในที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี ผลิตขึ้นในท้องถิ่นเอง
ข้าวคือพืชเกษตรกรรมหลักในภาคใต้และเขตชลประทาน ในขณะที่เขตแห้งแล้ง
ผลิตผลการเกษตรส่วนใหญ่ คือ ฝ้าย ยาสูบ งาสำหรับทำน้ำมัน ธัญพืช หอมแดง และข้าว (ในบางพื้นที่ที่ปลูกได้)
การครอบครองที่ดินถูกกำหนดโดยประเพณีมากกว่ากฎหมาย
และมีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความแตกต่างของเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่น
และเป็นความแตกต่างและซับซ้อน ธรรมชาติอันหลากหลายของโครงสร้างทางสังคม
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการครอบครองที่ดินใน 4 รูปแบบด้วยกันคือ 1. ที่ดินของกษัตริย์
(crown land) 2. ที่ดินของเอกชน
(allodial land or ancestral land) 3. ที่นา
(Glebe land) 4. ที่ธรณีสงฒ์
(Prebendal land)
ภาคการเกษตรยังห่างไกลจากการเป็นองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจในราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี
เพราะคนส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งประกอบด้วย
การผลิตผ้าฝ้ายและผ้าไหม เครื่องเขินและของใช้ในคัวเรือนต่าง ๆ
การก่อสร้างวัดวาอาราม การผลิตพระพุทธรูปและวัตถุทางศาสนาอื่น ๆ
นอกจากนี้ในช่วงก่อน ศ.19 อุตสาหกรรมที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองเยนันเชาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิระวดี
และอุตสาหกรรมต่อเรือ
ซึ่งเพิ่มความสำคัญในฐานะแหล่งทรัพยากรสำหรับการค้าระหว่างประเทศในเมืองท่าภาคใต้
การขยายตัวของประชากรในต้น
ศ.19 เป็นปัจจัยแนวโน้มในการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจการค้าของที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี
เกษตรกรและอาชีพอื่น ๆ เริ่มปรับตัวเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่า
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ งานซื้อ-ขายสินค้าแบบกำหนดวันเวลา หรือ pwe
และตลาดถาวร
(zay)ในชุมชนที่ใหญ่กว่า
นอกจากนี้ ตลาดถาวรในเมืองใหญ่หรือราชธานี มีการใช้มาตรา ชั่ง ตวง วัด และอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ชัดเจน
ด้วยการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของระบบเศรษฐกิจแบบพานิชย์
และการใช้เม็ดเงินในการซื้อขายที่มากขึ้นช่วยเพิ่มบทบาทของ ธนาคาร/นายธนาคาร ทั้ง
มืออาชีพและสมัครเล่น กระแสผลักดันที่ทำให้ เงิน (silver)
เป็นสกุลเงินมาจาก
2 ปัจจัย
1. คือเรื่องภาษี
เป็นภาษีท้องถิ่นและภาษีหลวงที่ทำให้เงินตกไปอยู่กับพนักงานข้าราชการชั้นสูง
2. องค์กรทางการเงินของข้าราชการ
รวมถึงธนาคารที่เกี่ยวข้อง
นำเงินเหล่านี้ให้นักลงทุนเจ้าของกิจการยืมเพื่อใช้ในการลงทุน
กลางศตวรรษที่
19 ฝ้าย คือสินค้าส่งออกสำคัญไปจีน และจีนส่งไหมดิบมาให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของพม่า
และที่สำคัญคือส่งทองและเงินที่ช่วยสร้างสภาพคล่องของการค้าและเกษตรกรรม
จนทำให้พวกชนชั้นสูงรวยขึ้น นอกจากนี้
จีนยังมีการส่งสินค้าราคาสูงข้ามพรมแดนเข้ามา เช่น ทองแดง กำมะถัน สังกะสี
หม้อเหล็ก และกระทะ กระดาษ และอาหารแปลกทั้งหลาย นอกจากนี้พม่ายังส่งออกชา (ปลูกในที่ราบสูงฉาน)
จำนวนมากไปจีน
Michael
Adas (1941) ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจในสมัยคองบอง
ไว้ในหนังสือ The Burma delta: economic
development and social change on an Asian rice frontier, 1852-1941
โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า ความพยายามของอังกฤษที่จะพัฒนาภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำให้เป็นแหล่งวัตถุดิบ
และตลาดระบายสินค้า ในช่วงทศวรรษหลังจากปี 1852 ได้ช่วยประกันการเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงยุคอาณานิคมในพม่า
ภายใน 50 ปี พม่าตอนล่างถูกเปลี่ยนจากลุ่มน้ำที่หยุดนิ่งไร้การเปลี่ยนแปลง
ด้อยพัฒนาและมีประชากรเบาบางในจักรวรรดิคองบอง ให้กลายเป็นพื้นที่มีการส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลอย่างสำคัญในเชิงความสมดุลของประชากร
ความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจการส่งออกในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดึงดูดผู้คนจำนวนมากจากเขตแห้งแล้งตอนบน
และอนุทวีปอินเดีย
Jeffry
Heys (2014) ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจในสมัยคองบอง
ไว้ในบทความเรื่อง Early
Economic History of Myanmar
โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า เศรษฐกิจพม่าก่อนยุคอาณานิคมเป็นเศรษฐกิจเพื่อการยังชีพ
ด้วยที่คนส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิตข้าวและเกษตรกรรมอื่น ๆ
พม่าขาดระบบการเงินอย่างเป็นทางการจนถึงรัชสมัยกษัตริย์มินดงในกลางศตวรรษ19
ที่ดินโดยเทคนิคเป็นของกษัตริย์ ยิ่งไปกว่านั้น การส่งออกและบ่อน้ำมัน
เหมืองอัญมณี การค้าไม้สัก ถูกควบคุมโดยกษัตริย์
พม่าเข้าไปมีส่วนอย่างสำคัญในการค้าแถบมหาสมุทรอินเดีย ท่อนไม้สักคือสินค้าส่งออกที่มีราคาดีและใช้ในการสร้างเรือในยุโรปเพราะมีความทนทาน
เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของพม่าจากปี ค.ศ.1700 ถึง ค.ศ. 1800
จากการศึกษาประเด็นเศรษฐกิจในสมัยคองบอง
พบว่างานของ Thant Myint U ได้นำเสนอองค์ประกอบทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน
กล่าวคือ มีเรื่องของอาหารการกิน การครอบครองที่ดิน ภาคการเกษตรภาคอุตสาหกรรม
ระบบเงินตรา การชั่งตวงวัด ไปจนถึงการส่งออก ในส่วนงานของ Michael
Adas และ
Jeffry Heys นั้นได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้าง
ๆ Jeffry Heys นำเสนอลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจพม่ายุคคองบองแต่ไม่ได้มุ่งนำเสนอรายละเอียด
ในส่วนของ Michael
Adas ให้ความสำคัญที่การเข้ามาของเจ้าอาณานิคมตะวันตกที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจสังคม
อย่างไรก็ตาม งานของ Michael Adas มีอิทธิพลต่อกรอบการวิเคราะห์เศรษฐกิจยุคคองบองของ Jeffry
Heys

Comments
Post a Comment