บ้าน วัด วัง
บ้าน วัด วัง
เอกสารกลุ่มนี้ประกอบด้วยหนังสือ
3 เล่ม บทความ 1 บทความ ดังนี้
ระวิวรรร
โอฬารรัตน์มณี (2015) ได้กล่าวถึงรูปแบบบ้านเรือนพม่า
ไว้ในหนังสือเรื่อง รูปแบบบ้านเรือนของกลุ่มชาติพันธ์ในอุษาคเนย์ โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า
เรือนพม่ามีเอกลักษณ์บางประการจากการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและอินเดีย
แม้จะใช้วัสดุพื้นฐานจากไม้ ไม้ไผ่ หญ้า ใช้ระบบเสาและคานเป็นโครงร่างเหมือนกัน
ใช้ระดับแบ่งพื้นที่คล้ายเรือนอุษาคเนย์ในคาบสมุทร แต่เทคนิคการใช้วัสดุจะเฉพาะตัว
กล่าวคือนิยมใช้ไม้ไผ่สานเป็นเสื้อปิดผนังเกือบทั้งหมด ตลอดจนใช้รองหลังคาภายในด้วย
การวางเรือนมีลักษณะติดดินผสมผสานประปรายลักษณะเหล่านี้พบได้มากในเรือนชนบทของจีนและอินเดีย
เรือนพม่าที่อยู่ในที่ร้อนแล้ง เช่น ตอนกลางของพุกาม มีการใช้พื้นที่ใต้ถุนค่อนข้างถาวร
และพบความเปลี่ยนแปลงคือมีการกั้นใต้ถุนด้วยฝาสานเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่บริเวณริมฝั่งน้ำยังพบเรือนเสาสูงบ้าง
เตี้ยบ้าง ผสมปนเปกันไป
(ที่มา : หนังสือ
รูปแบบบ้านเรือนของกลุ่มชาติพันธ์ในอุษาคเนย์)
ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (2016)
ได้กล่าวถึงวิหารชเวนันดอ
ไว้ในบทความเรื่อง วัดชเวนันดอ จอง วัดวิหารไม้ทองคำ สรุปสาระสำคัญได้ว่า
ชเวนันดอ แปลว่า วิหารไม้สีทองคำ
กล่าวกันว่าวิหารไม้หลังนี้แต่เดิมเป็นตำหนักของพระเจ้ามินดงในพระราชวังมัณฑะเลย์และเป็นพระตำหนักที่พระเจ้ามินดงประทับจนสวรรคต
เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้ว พระเจ้าธีบอได้รื้อมาถวายวัดแห่งนี้
ทางวัดได้สร้างประกอบขึ้นมาใหม่เป็นพระวิหารที่มีลักษณะเป็นปยาธาตุ
(เรือนชั้นซ้อนแบบพม่า)
และนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้บนบุษบกที่สร้างเลียนแบบสหาสนบัลลังก์ ความสำคัญของวิหารหลังนี้
คือเป็นงานช่างหลวงชั้นสุดท้ายเนื่องจากภายในพระราชวังมัณฑะเลย์เองไม่มี
เนื่องจากโดนไฟไหม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
วิหารหลังนี้มีการแกะสลักไม้ที่ประณีตและงตุงามเมื่อสร้างใหม่เป็นวิหารในวัดแล้วช่างได้สลักไม้เป็นเรื่องพุทธชาดกมาประดับไว้หลายตอนโดยเฉพาะเรื่องทศชาติ
(ต่อเต็มเพิ่มหลังจากที่ตัดแปลงเป็นวัดแล้ว)
สุรสวัสดิ์
ศุขสวัสดิ์ (2011) ได้กล่าวถึงพระราชวังมัณฑะเลย์
ไว้ในหนังสือเรื่อง ศิลปะในประเทศพม่า โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า
พระราชวังมัณฑะเลย์ ซึ่งชาวพม่าเรียกว่าเมียะนันซัน
มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้แตกต่างไปจากพระราชวังทั้งหลายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คือประกอบด้วยกลุ่มอาคารไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นก่อด้วยอิฐ อันเป็นสัญลักษณ์ของวิมาน
อาคารแต่ละหลังจะมีห้องเดียว ตั้งอยู่แยกจากกันเป็นหลัง ๆ ทั้งหมดสร้างด้วยโครงสร้างไม้
มีหลังคาเป็นตะกั่ว ตามค่านิยมและกฎมณเฑียรบาลพม่า
พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างขึ้นจากการรื้อถอนพระราชวังหลังเดิมที่เมืองอมรปุระมาปลูกขึ้นใหม่ในสมัยพระเจ้ามินดง
เชษฐ์ ติงสัญชลี (2012) ได้กล่าวถึงศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์
ไว้ในหนังสือเรื่อง เจดีย์ในศิลปะพม่า-มอญสรุปสาระสำคัญได้ว่า เจดีย์แบบพม่าแท้ในศิลปะอมรปุระ-มัณฑเล
อาจวิเคราะห์แยกองค์ประกอบแต่ละส่วนของเจดีย์ได้ดังนี้ 1) แผนผัง
แผนผังของเจดีย์แบบพม่าแท้ในศิลปะอมรปุระ-มัณฑเลอยู่ในผังสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมเช่นเดียวกับเจดีย์ชเวซิกอง
โดยมีมุมประธานเป็นมุมใหญ่เพียงมุมเดียว มุมอื่น ๆ เป็นการเพิ่มมุมขนาดเล็กการเพิ่มมุมขนาดเล็กนี้
จึงทำให้แผนผังโดยรวมของเจดีย์ยังอยู่ในฝั่งสี่เหลี่ยม 2) จำนวนชั้นฐาน
จากการศึกษาพบว่าเจดีย์ทุกองค์ในศิลปะอมรปุระ-มัณฑเลประกอบด้วยฐานในผังสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม
3 ชั้นซ้อนกันเสมอ แต่ละชั้นมีขนาดเล็กเป็นลำดับลงทำให้เค้าโครงของฐานทั้งสามซ้อนกันคล้ายพีระมิดขั้นบันได
และด้านบนฐานแต่ละชั้นปรากฏลานประทักษิณเสมอ
แสดงให้เห็นความสืบเนื่องมาจากเจดีย์ชเวสิกอง 3) ลวดบัวฐาน
ลวดบัวฐานแต่ละชั้นมีเค้าโครงสำคัญเป็นลวดบัว “แบบพม่าแท้”
ตามแบบที่สืบทอดมาจากศิลปะพุกาม คือ ฐานเป็นบัวซึ่งประกอบด้วยบัวคว่ำและบัวหงาย
ตรงกลางเป็นห้องไม้กว้างที่มีลูกแก้วเส้นเล็กคาดสองเส้น
จากการศึกษาประเด็น “บ้าน
วัด วัง” พบว่าในงานของระวิวรรณ
ได้กล่าวถึงลักษณะสำคัญของเรือนแบบพม่า คือ
เรือนพม่ามีเอกลักษณ์บางประการจากการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและอินเดีย ในงานของศักดิ์ชัย
สายสิงห์ ได้กล่าวถึงวิหารชเวนันดอ
โดยได้ชี้ให้เห็นว่าความสำคัญของวิหารชเวนันดออยู่ที่การเป็นงานช่างหลวงชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่
และมีความอ่อนช้อย วิจิตรตระการตา
ในงานของสุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์ ได้กล่าวถึงพระราชวังมัณฑะเลย์
ว่าสร้างขึ้นจากการรื้อถอนพระราชวังหลังเดิมที่เมืองอมรปุระมาปลูกขึ้นใหม่ในสมัยพระเจ้ามินดง
และมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากพระราชวังทั้งหลายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สร้างด้วยโครงสร้างไม้ มีหลังคาเป็นตะกั่ว ตามค่านิยมและกฎมณเฑียรบาลพม่า
ในงานของเชษฐ์ ติงสัญชลี ได้กล่าวถึงศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์ ว่าในส่วนของแผนผังและจำนวนชั้นฐานได้รับอิทธิพลจากชเวซิกอง
ส่วนลวดบัวฐานมีลักษณะของสิลปะแบบพม่าแท้




Comments
Post a Comment